โครงสร้างพื้นฐานและการออกไปลงทุนทางตรงในต่างประเทศ
Physical Infrastructure and the Outward Foreign Direct Investment
 
อาจารย์ ดร.ภาณุทัต สัชฌะไชย
รองศาสตราจารย์ ดร.จิตติชัย รุจนกนกนาฏ
 
World Bank (2008) ได้แบ่งโครงสร้างพื้นฐานออกเป็น 4 ด้าน ประกอบไปด้วย ด้านคมนาคม (ถนน ขนส่งทางราง ลำน้ำ ท่าเรือ ท่าอากาศยาน) ด้านไฟฟ้าและพลังงาน ด้านการสื่อสารโทรคมนาคม (การเข้าถึงอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์) ด้านน้ำประปา สุขาภิบาลและที่อยู่อาศัยสำหรับคนรายได้ต่ำ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ เป็นสิ่งเกื้อหนุนภาคอุตสาหกรรมให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้ ตลอดจนการที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ก็จะมีส่วนช่วยในการลดต้นทุนการดำเนินงาน ต้นทุนการขนส่ง เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการต่างชาติในการเข้าไปลงทุนอีกด้วยอย่างไรก็ดี การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลให้ประเทศต่างๆออกไปลงทุนในต่างประเทศส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับปัจจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์ที่อยู่ในประเทศเจ้าของทุน (home) และประเทศผู้รับทุน (host) เป็นหลัก แต่มีงานวิจัยน้อยมากที่ให้ความสำคัญกับเรื่องปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานของประเทศผู้รับทุน (host) ที่ทำให้ประเทศเจ้าของทุน (home) ออกไปลงทุน การศึกษาส่วนที่ใกล้เคียงจะเป็นการพิจารณาถึงปัจจัย soft infrastructure เช่น เรื่องกฎหมายและกฎระเบียบ หรือปัจจัยทางด้านสถาบัน (institutional factors) มากกว่า
 
การศึกษานี้จึงต้องการเชื่อมโยงสองมิตินี้เข้าด้วยกัน โดยวิเคราะห์ว่าโครงสร้างพื้นฐานในประเทศผู้รับทุน (host) ด้านใดที่มีผลต่อขนาดการออกไปลงทุนของประเทศเจ้าของทุน (home) มากน้อยเพียงใดเมื่อมีการควบคุมปัจจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์อื่นๆพร้อมกัน โดยการศึกษานี้จะนำข้อมูลด้านโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละประเทศผู้รับทุนเป้าหมาย มาจัดทำเป็นดัชนีในแต่ละด้านและวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองเศรษฐมิติเพื่อดูความสัมพันธ์ของโครงสร้างพื้นฐานแต่ละประเภทที่มีต่อระดับการลงทุนโดยตรงระหว่างประเทศขาออก ผลการศึกษาที่ได้จะนำมาการกำหนดนโยบายระดับประเทศเพื่อประกอบการพิจารณาเลือกประเทศผู้รับทุนเป้าหมาย (targeted host) ได้ว่ามีโครงสร้างพื้นฐานด้านที่มีความเหมาะสมต่อการออกไปลงทุนหรือไม่ และในกรณีที่มีการกำหนดประเทศผู้รับทุนเป้าหมายแล้ว สามารถนำผลการศึกษามาจัดทำนโยบายส่งเสริมหรือสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน (physical infrastructure) ในด้านที่จำเป็นต่อการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อช่วยส่งเสริมให้เกิดการลงทุนโดยตรงระหว่างประเทศขาออกในประเทศนั้นๆเพิ่มขึ้น เช่น กรณีของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. ที่มีโครงการให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ช่วยเหลือให้เงินทุนสร้างถนน หรือสร้างสะพาน เป็นต้น
 
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
  1. ศึกษาความสำคัญของระดับโครงสร้างพื้นฐาน (physical infrastructure) แต่ละด้านในประเทศผู้รับทุน (host) ที่จะส่งผลทำให้ประเทศเจ้าของทุน (home) ออกไปลงทุน
  2. นำผลการศึกษามาประกอบการพิจารณาเลือกประเทศผู้รับทุนเป้าหมาย (targeted host) ที่มีความเหมาะสมต่อการออกไปลงทุน โดยใช้ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานเป็นเกณฑ์พิจารณา เช่น ถ้าประเทศมีเส้นทางคมนาคมขนส่งที่ดี (ถนนและสะพาน) ก็น่าเหมาะกับการออกไปลงทุนในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เส้นทางขนส่งบ่อยครั้ง หรือมีความอ่อนไหวกับระยะเวลาการเดินทาง เป็นต้น (การกำหนดนโยบายระดับประเทศ)
  3. ในกรณีที่มีการกำหนดประเทศผู้รับทุนเป้าหมายแล้ว สามารถนำผลการศึกษามาประกอบการจัดทำนโยบายส่งเสริมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการลงทุนในต่างประเทศ เช่น การช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน