ห่วงโซ่มูลค่าและบริษัทข้ามชาติจากประเทศเกิดใหม่: นัยยะทางนโยบาย
Global Value Chains and Emerging Market Multinationals: Policy Implications
 
รองศาสตราจารย์ ดร.ภวิดา ปานะนนท์
ศาสตราจารย์ ดร.อัลวาโร เคอร์โว-คาซูรา
 
ห่วงโซ่มูลค่า (Global Value Chain) เป็นประเด็นสำคัญของโครงสร้างธุรกิจระหว่างประเทศในปัจจุบัน เนื่องจากห่วงโซ่การผลิต (Global Production Networks) ของบริษัทข้ามชาติได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินงานทางธุรกิจระหว่างประเทศและส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศเช่นกันโดยทั่วไปแล้วรูปแบบของห่วงโซ่มูลค่าที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายคือบริษัทข้ามชาติจากประเทศพัฒนาแล้วทำหน้าที่เป็นบริษัทหลักในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งโดยบริษัทอาจกระจายกิจกรรมการผลิตที่ทีการสร้างมูลค่าเพิ่มต่ำไปยังประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำเพื่อลดต้นทุนและบริษัทหลักมุ่งพัฒนาความสามารถในกิจกรรมที่เพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้นเช่นการออกแบบผลิตภัณฑ์การสร้างนวัตกรรมใหม่หรือการส่งเสริมการตลาดและเคลื่อนย้ายฐานการผลิตที่เพิ่มมูลค่าน้อย เช่น การผลิตชิ้นส่วน อะไหล่ หรือการประกอบชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูป ไปยังประเทศกำลังพัฒนาแล้วจึงส่งออกไปขายในประเทศพัฒนาแล้วการแบ่งโครงสร้างการผลิตเช่นนี้ทำให้บริษัทหลักสามารถสร้างประโยชน์จากความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบจากทรัพยากรของประเทศผู้รับการลงทุนที่มีต่างกันในแต่ละประเทศทั่วโลก ในทางกลับกันการที่ประเทศกำลังพัฒนากลายเป็นแหล่งผลิตสำหรับกิจกรรมที่มีการสร้างมูลค่าต่ำถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุของการที่ประเทศเหล่านั้นขาดโอกาสในการยกระดับการพัฒนาประเทศสู่ระดับที่สูงขึ้น 
 
อย่างไรก็ตามการที่บริษัทจากประเทศเกิดใหม่มีโอกาสได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตทำให้บริษัทดังกล่าวสามารถเข้าสู่ตลาดโลกผ่านเครือข่ายบริษัทหลักที่มาจากประเทศพัฒนาแล้ว ในระยะเริ่มต้นบริษัทท้องถิ่นมักเข้าสู่ตลาดโลกผ่านเครือข่ายซัพพลายเชนของบริษัทหลักที่เข้ามาลงทุนในประเทศกำลังพัฒนา โดยการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเพื่อส่งเข้าสู่สายการผลิต เนื่องจากบริษัทท้องถิ่นมีความได้เปรียบจากทรัพยากรการผลิตและแรงงานราคาต่ำภายในประเทศ ในขณะเดียวกันบริษัทหลักเองก็พยายามสร้างเครือข่ายภายในประเทศผู้รับการลงทุนด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างบริษัทลูก และบริษัทท้องถิ่นในปัจจุบันบริษัทท้องถิ่นบางส่วนพยายามผลักดันตัวเองให้เข้าสู่ระดับที่สูงขึ้นในห่วงโซ่มูลค่าการผลิตด้วยการยกระดับกิจกรรมการผลิตสู่กิจกรรมที่เพิ่มมูลค่ามากขึ้น หรือการขยายการลงทุนภายในประเทศ ในภูมิภาค และในระดับโลกเป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโตและช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาเหล่านั้นก้าวสู่กิจกรรมที่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
 
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาซึ่งเป็นผู้รับการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติมาอย่างยาวนานในปัจจุบันมีบริษัทไทยที่ออกไปลงทุนยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามยังมีบริษัทเพียงจำนวนน้อยมากที่ประสบความสำเร็จและสามารถก้าวขึ้นเป็นบริษัทหลัก (Lead Firm) ในการจัดการห่วงโซ่มูลค่าได้เช่นเดียวกับบริษัทข้ามชาติจากประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ เนื่องจากบริษัทไทยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถจะก้าวข้ามการเป็นบริษัทที่ถูกจำกัดกิจกรรมอยู่ในจุดที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับกิจกรรมต้นน้ำหรือปลายน้ำอื่นๆการศึกษาทิศทางและกิจกรรมการลงทุนของบริษัทไทยจะช่วยสะท้อนภาพรวมการลงทุนซึ่งจะนำไปสู่แนวทางการพัฒนานโยบายทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพได้
 
งานวิจัยชิ้นนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญสามประการหนึ่งเพื่อแจกแจงกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทไทยในห่วงโซ่มูลค่าการผลิตและกลยุทธ์การวางตำแหน่งของบริษัทไทยในห่วงโซ่มูลค่าการผลิตโลกสองเพื่อทำความเข้าใจลักษณะการลงทุนที่แตกต่างกับผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศและสามเพื่อนำเสนอนโยบายการสนับสนุนการลงทุนในต่างประเทศที่เหมาะสมบนพื้นฐานของปัจจัยในระดับบริษัทและเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่การผลิตโดยการวิเคราะห์ผลกระทบของประเภทกิจกรรมการลงทุนและประเทศผู้รับการลงทุน