ชุดโครงการการศึกษาเงินลงทุนทางตรงระหว่างประเทศขาออกของประเทศไทย

(The Study of Thailand’s Outward FDI)

เงินทุนทางตรงระหว่างประเทศขาเข้า (Inward FDI) เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในหลายทศวรรษที่ผ่านมา การไหลเข้าของเงินทุนทางตรงระหว่างประเทศมายังประเทศไทยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนกฎหมายการส่งเสริมการลงทุน (Investment promotion act) การลงนามในข้อตกลง Plaza Accord ในปีค.ศ 1985 ยังส่งผลให้บริษัทข้ามชาติจากประเทศญี่ปุ่นทำการย้ายฐานการผลิตซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ญี่ปุ่นเลือกเข้ามาตั้งฐานการผลิต โดยมีปัจจัยสนับสนุนการเข้ามาของเงินทุนในประเทศไทยคือ 1) ค่าจ้างที่ต่ำในช่วงเวลาดังกล่าว 2) ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง และ 3) การมีระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ การเข้ามาของ FDI เป็นแรงผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในหลายทศวรรษที่ผ่านมาโดยเฉพาะ FDI ที่ก่อให้เกิดการส่งออก (Jansen (1995), Chen และ De Lombaerde (2009) และ Nicolas (2009)) โดยลักษณะการเคลื่อนย้ายเงินทุนทางตรงระหว่างประเทศของบริษัทข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียจะมีลักษณะของ  “แบบจำลองห่านบิน (Flying geese)” ที่เสนอในงานศึกษาของ Kojima (1973) ซึ่งเงินทุนทางตรงระหว่างประเทศจากประเทศญี่ปุ่นเคลื่อนย้ายไปประเทศอุตสาหกรรมใหม่อันได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ และไต้หวัน ในช่วง 1960s ซึ่งทำให้ประเทศเหล่านี้พัฒนาขึ้นมาเป็นประเทศอุตสาหกรรม หลังจากนั้นประเทศเหล่านี้ได้สูญเสียความได้เปรียบในการผลิตสินค้าในประเทศจากต้นทุนการผลิตที่เริ่มสูงขึ้น ทำให้เงินทุนทางตรงระหว่างประเทศทั้งจากญี่ปุ่นและประเทศเหล่านี้เคลื่อนย้ายออกไปหาฐานการผลิตใหม่ที่มีต้นทุนต่ำกว่า อันได้แก่ มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย Hiratsuka (2006) คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ห่านบินกำลังจะเกิดขึ้นกับประเทศในอาเซียนทั้ง 3 ประเทศเช่นกัน

เงินลงทุนทางตรงระหว่างประเทศขาออก (Outward FDI) ของประเทศไทยลดลงอย่างมากหลังเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในภูมิภาคเอเชียในช่วงปี ค.ศ. 1997 แต่มีระดับที่สูงขึ้นมากในช่วง ค.ศ. 2008 เป็นต้นมา (รูปที่ 1-1) อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังมีระดับ Outward FDI ที่ต่ำกว่าประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในอาเซียนอื่น ๆ (ตารางที่ 1-1)

รูปที่ 1- 1: เงินลงทุนทางตรงระหว่างประเทศขาออกของประเทศไทย

 

ที่มา: UNCTAD STAT (2012)

ตารางที่ 1- 1: เงินลงทุนระหว่างประเทศขาออกสะสม

 

ที่มา: World Investment Report 2012

ประเทศไทยมีปัจจัยสนับสนุนและแรงกดดันให้ต้องผลักดันการเกิด outward FDI ดังนี้

  • Ohno (2009) ชี้ให้เห็นว่า outward FDI เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (NIEs) ดั้งเดิม เช่น ไต้หวัน เกาหลี สามารถพ้นจากกับดักรายได้ระดับกลาง (middle income trap) มาเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้
  • ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเป็นช่องทางที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการส่งเสริม outward FDI
  • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย
  • การปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นของค่าแรงและต้นทุนการผลิต
  • การเปิดประเทศที่มากขึ้นของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านกับประเทศไทย รวมถึงยังเป็นประเทศที่มีทรัพยากรเป็นจำนวนมากและมีค่าแรงต่ำ จึงสร้างโอกาสในการลงทุนให้กับนักลงทุนในประเทศไทย
  • การขาดแคลนแรงงานระดับปฏิบัติการในหลายอุตสาหกรรม
  • Outward FDI ยังเป็นการสร้างโอกาสในการขยายตลาดไปยังประเทศที่เข้าไปลงทุน

โดยมีการส่งเสริม Outward FDI จากภาครัฐบาลไทย ดังนี้

  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment of Thailand: BOI) ได้เริ่มมีการส่งเสริม outward FDI โดยประเทศไทยได้มีการจัดทำข้อตกลงการลงทุนเพื่อปกป้องและส่งเสริมการลงทุนแบบทวิภาคีกับคู่สัญญา 39 ประเทศ และความตกลงเพื่อเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Agreement for the avoidance of double taxation) กับ 56 ประเทศ
  • EXIM Bank ที่ทำหน้าที่ให้การส่งเสริมการลงทุนผ่านการให้เงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกับนักลงทุนที่จะทำการลงทุนในต่างประเทศ
  • การผลักดัน outward FDI โดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเริ่มต้นให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังทำการปรับเปลี่ยนกฏระเบียบและการจัดเก็บภาษีเพื่อเป็นการส่งเสริม outward FDI

กลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเป็นกลุ่มประเทศที่มีความน่าสนใจสูงในการเข้าไปลงทุนสำหรับประเทศไทยเนื่องจากข้อได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ซึ่งมีสถานที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค มีชายแดนติดกับทุกประเทศเว้นแต่เวียดนาม มีข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงยังมีศักยภาพจากการมีทรัพยากรการผลิตอยู่เป็นจำนวนมากและมีค่าแรงในระดับที่ต่ำ

ประเทศไทยเป็นผู้ลงทุนที่สำคัญประเทศหนึ่งของกลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะประเทศลาวและพม่า โดยการลงทุนจากประเทศไทยคิดเป็นร้อยละ 4.2 ของมูลค่าเงินลงทุนทางตรงระหว่างประเทศในกลุ่มประเทศดังกล่าวทั้งหมด

โดยบริษัทในประเทศไทยที่ดำเนินการลงทุนในต่างประเทศส่วนมากจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งส่วนมากจะอยู่ในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปแลน้ำตาล อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วน

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า แนวโน้มของ outward FDI ของประเทศไทยไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น อย่างไรก็ตามงานศึกษาเกี่ยวกับ outward FDI ของประเทศไทยยังมีไม่มากนัก ดังนั้นในชุดโครงการการศึกษาเงินลงทุนทางตรงระหว่างประเทศขาออกของประเทศไทยจึงถือเป็นโอกาสหนึ่งในการเพิ่ม/ต่อยอดความรู้เกี่ยวกับ outward FDI ของประเทศไทย

วัตถุประสงค์ของชุดโครงการ

  • ศึกษาอุตสาหกรรมที่มีความเป็นไปได้ที่จะออกไปลงทุนในต่างประเทศ
  • ศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคส่วนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจโดยรวมจากการลงทุนทางตรงระหว่างประเทศขาออกของประเทศไทย เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การส่งออก การเคลื่อนย้ายแรงงาน
  • ศึกษาภาคอุตสาหกรรมและบริการที่มีศักยภาพสำหรับประเทศไทยในการเข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ปัจจัยสนับสนุนที่ต้องการ และความเป็นไปได้ในการสร้างฐานการผลิตร่วมระหว่างประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV ในอุตสาหกรรมดังกล่าว
  • จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางในการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในต่างประเทศที่จะก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • เพื่อทราบถึงประโยชน์หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนทางตรงระหว่างประเทศของภาคเอกชนไทยในต่างประเทศ
  • เพื่อทราบถึงปัจจัยที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีหรือต้องปรับปรุงเพื่อส่งเสริมการลงทุนทางตรงระหว่างประเทศของภาคเอกชนไทยในต่างประเทศ
  • เพื่อทราบถึงภาคอุตสาหกรรมและบริการที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการที่ภาคเอกชนไทยจะทำการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV รวมถึงแนวทางสนับสนุนที่จำเป็น
  • เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่จำเป็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการลงทุนทางตรงระหว่างประเทศของภาคเอกชนไทย
  • เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงทางด้านการลงทุนที่ประเทศไทยได้จัดทำขึ้นจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
More in this category: หน้าหลัก »